ผมไม่อายใครที่จะบอกว่า ผมเป็นคนภูเก็ต ก็ผม เกิดที่โรงบาลภูเก็ตรวมแพทย์ ถนนภูเก็ต เรียนประถมที่เทศบาลเมืองภูเก็ต เรียนมัธยมที่ภูเก็ตวิทยาลัย เรียนป.ตรีที่มหาลัยสงขลานครินทร์ภูเก็ต
 
อันนี้เป็นสิ่งที่คนต่างจังหวัดอย่างผมสังเกตเฉยๆนะ ว่าเมืองนี้เป็นแบบนี้
 
- นศ.ที่กทม.นี่ มีวัฒนธรรมในการอ่านหนังสือที่แปลกอยู่ คือไปอ่านหนังสือเตรียมสอบในร้านฟาสต์ฟู้ด พวกแม๊คโดนัลด์ พวกร้านกาแฟ พกชีทไปเต็มโต๊ะเลย อันนี้อยู่ที่หาดใหญ่ก็ดี ที่ภูเก็ตก็ดี ไม่เคยเห็นนะ จะอ่านกันรู้เรื่องไหมหว่า
- แต่ก่อนตอนผมอ่านหนังสือสอบ ผมก็อ่านมันหน้าคอมนี่แหละ เปิด PDF ดู พวกเพื่อนๆที่รู้จักก็ทำกันแบบนี้ ไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใคร บอกแค่ว่า วัฒนธรรมที่นศ.ปฏิบัติมันไม่ค่อยเหมือนกัน
- บาทวิถีที่นี่กว้างมาก ขนาดที่ ตั้งตลาดบนบาทวิถีได้เลย มีแผงลอยขนาบซ้ายขวา แล้วยังมีที่ตรงกลางให้เดิน... แบบเบียดๆ อาจจะเป็นนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของที่นี่ ที่ข้างถนนตรงไหนๆ ก็ตั้งตลาดได้
- ผมไม่เคยคิดว่าจะมีวิวทิวทัศน์ที่ มองไปทางไหนก็เป็นที่ราบสุดลูกหูลูกตา ไม่มีเขาซักลูก แต่ที่นี่ก็เป็นแบบนี้จริงๆ เป็นที่ราบไปจนสุดขอบฟ้าเลย ถ้าเป็นภาคใต้ จะเมืองไหนก็เถอะ มองๆไป ยังไงก็ต้องมีภูเขาอยู่ไกลๆเป็นอย่างน้อย
- น้องๆม.ต้นนักเรียนหญิงที่นี่ เหมือนกระโปรงนักเรียนจะสั้นกว่าน้องๆนักเรียนหญิงที่ต่างจังหวัดอยู่ประมาณสองสามนิ้ว... ไม่มีอะไร ก็คิดว่าน่ารักดี
- นักเรียนชาย? ช่างมันเถอะ อย่าไปสนใจเลย
- ถ้าอยากตื่นเต้น อยากให้อะดรีนาลีนสูบฉีด ไม่ต้องไปนั่งรถไฟเหาะในสวนสนุกหรอก แค่โบกมอไซต์รับจ้าง วิ่งไปบนถนนที่รถวิ่งกันเร็วๆ เยอะๆ อย่างพหลโยธิน วิ่งปะทะลม พริ้วไหวเอียงซ้ายเอียงขวา ด้วยความเร็วเกือบ 100 กม./ชม. คุณแม่งก็โคตรตื่นเต้นจนเยี่ยวเล็ดแล้ว
-ยิ่งถ้าไม่มีหมวกกันน๊อคให้ใส่แล้ว ยิ่งตื่นเต้นดีขึ้นไปสองเท่าสามเท่า ตื่นเต้นชนิดที่ว่า ตอนลงถึงพื้นดิน คุณจะโคตรดีใจทียังมีชีวิตอยู่
- ถนนใหญ่ธรรมดาๆที่นี่ ขับรถกันโหดพอๆกับถนนเส้นที่โหดที่สุดในจังหวัดผม ไอ้พวก รถเยอะๆ แต่ขับเร็วกันยังกับถนนเส้นข้ามเมือง พอคิดว่าทั้งจังหวัดถนนใหญ่เป็นแบบนี้กันหมด ผมก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมคนที่นี่ถึงใช้ขนส่งมวลชนกันเยอะ
- ระบบรถเมลล์ซับซ้อนจริง จำกันไปได้ไงว่า ขึ้นสายไหนไปสายไหน ต่อที่ไหน ไปลงที่ไหน เป็น pathfinding
- ชาวต่างชาติที่เจอที่ภูเก็ต ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ฝรั่งชาติไหนก็นับว่าเป็นฝรั่งแหละ มีพวกแขกตะวันออกกลาง กับแขกอินเดียนิดหน่อย ชาวต่างชาติที่เจอที่หาดใหญ่ มักเป็นอิสลามคลุมหน้า ไม่ก็ชาวมาเลย์ ชาวต่างชาติที่เจอที่กรุงเทพ ส่วนมาก... เป็นคนจีน
- พนักงานบริการทั่วไป ที่คอยช่วยยกกระเป๋า กดลิฟท์ให้ลูกค้าโรงแรม... พูดจีนได้ด้วย!
- คนจีนที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์เนี่ย... พูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้ซักคนเลยนะครับ เวลาสื่อสารกับ ชาวบ้านชาวไทย(เช่นกรู) จะคุยกันด้วย... ภาษาใบ้
 
---------------------------------
สองสามวันนี้เอาเกมมาโชว์ เอามาออกบูธนิดหน่อย อะไรก็ว่าไป
 
NSC ของประเภทอื่นอาจจะมีดราม่าอะไรกัน หมั่นไส้กัน ผิดใจกันหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่ NSC ประเภทเกมเนี่ย กี่ปีๆก็...
 
มีความรู้สึกว่า มามีตติ่ง มากกว่ามาแข่งนะ ซึ่งมันก็ดีแล้ว เป็นบรรยากาศที่ดี
ที่จริงผมก็ขึ้น(เหนือ)มากรุงเทพอยู่ข้อนข้างบ่อย พอๆกับที่ลง(ใต้)ไปหาดใหญ่น่ะแหละ ชีวิตวนเวียนๆอยู่สามเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ กรุงเทพ
 
เมื่อไหร่จะได้ไปจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสานบ้างหว่า
 
ถ้าเกิดผมเขียน "การผจญภัยของข้าพเจ้า" ทุกครั้งที่ชีพจรลงเท้าละก็นะ... คงจะเยอะอยู่
 
====
 
ช่วงอาทิตย์นี้มีกิจที่จะต้องขึ้นมาที่กรุงเทพครับ กลับไปถึงภูเก็ตอีกทีก็วันศุกร์โน่นแหละ
 
มารอบนี้ได้วันเดียวก็เจอของดีเข้าให้สองสามอย่าง แต่ก็ขอเล่าแค่อย่างเดียวละกัน เพราะอีกสองอย่างเล่าไปอาจจะได้กินมาม่าอีกรอบ
 
 
ได้เรียนรู้กับตัวเองว่า การได้ขึ้นดราม่านั้น ง่ายกว่าที่คิด ดังนั้นก็ เซฟๆตัวเองไว้ดีกว่านะ
...
 
เมื่อกี้นี้โบกแท็กซี่ ขึ้นปุ๊บ พี่แท็กซี่ก็บ่นกับผม แบบระบายทันทีว่า
"เดี๋ยวนี้มาเฟียเยอะนะพี่"
 
...เราก็ หะ หา ไหน อะไร... งง...
 
เขาก็เล่าให้ฟังว่า มีมาเฟียแท็กซี่ คอยกันไม่ให้เขาได้ผู้โดยสาร มีขับรถบล็อก มีกันท่า มีอะไรสารพัด ตอนแรกเราก็ฟังแล้วอืมๆ ครับๆ เออออๆ ไป ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ไม่อยากขัดคอเขา
 
 
เขาเล่าไปซักพัก(ขับไปด้วยแหละ) ไปถึงช่วงนึงที่รถติด...
 
"เนี่ย เดี๋ยวผมจะทำเหมือนกับ พี่ไม่ได้นั่งอยู่นะ ลองทำทีว่าไปรับลูกค้าที่ยืนตรงนี้"
เขาขับผ่านคนๆนึง แล้วพอดีจังหวะนั้น มีคนมาชวนคนๆนั้นคุย
"เนี่ย เห็นมั้ย ทันทีเลย พวกมาเฟียพอเห็นว่ารถไม่ใช่ของพวกมัน ก็จะมาทักมาชวนคุยให้เสียจังหวะ แล้วเราก็ไม่ได้"
...
"เดี๋ยวผมขับผ่านอีกคน ดูนะ"
...พอดีมีรถมอไซต์รับจ้างขับผ่าน แล้วคนๆนั้นก็รีบหันไปหามอไซต์
"มอไซต์รับจ้างก็เป็นพวกมัน พวกมาเฟียแท็กซี่นี่มีเครือข่ายทั่วเลย"
 
...ชักเริ่มสงสัยตรงนั้นแล้วแหละ มันเข้า criteria นา... เอ... เราก็เคยเห็นคนที่มีอาการประมาณนี้... ขอให้วินิจฉัยผิดเถอะ
 
ถามไป
"คือเขาจ้องจะเล่นงานรถพี่อยู่คันเดียวเลยเหรอพี่ หรือว่า เขาเห็นสีรถว่าเป็นรถส่วนตัว ก็เลยแกล้งหรืออะไร"
"เปล่าๆ มันไม่ได้ดูสีรถหรอก มันจำได้ว่าคันไหนไม่จ่ายส่วย พวกนี้มีกล้องวงจรปิดทั่วเลย มีวิทยุวอถึงกัน เป็นเครือข่ายไปทั้งเมือง แค่นี้เรื่องขี้ปะติ๋ว พี่รู้มั้ย ขนาดถนนใหญ่ยังเป็่นงี้ ในซอยนี่ผมไม่กล้ารับเลย พื้นที่ของพวกมันทั้งนั้น...."
"..."
"มีอีกแบบก็พวก โบกไปที่ไกลๆเลย อย่างโบกไปลงปทุมงี้ (ปล. ตอนนั้นอยู่แถวๆเกษตร) ขนาดในกรุงเทพผมยังรับคนไม่ได้ ไปปทุมนี่ ผมไม่ต้องรับคนเลย พวกมันรู้ รู้ทุกอย่างที่ผมทำ รู้ว่าผมไปแถวไหนแล้วรับคนไม่ได้"
"..."
 
ตอนนั้นผมเหงื่อตกพลั่กๆเลยล่ะ = _ = ไม่ใช่เพราะเรื่องที่พี่เขาคุยหรอกนะ แต่จากที่นั่งคุยกับพี่โชเฟอร์ประมาณครึ่งชั่วโม ผมว่าพี่โชเฟอร์มีอาการของโรคจิตเภท (ชิโซฟีเนีย) แถมตอนนี้ก็กำลังอารมณ์ขึ้น ระหว่างคุยบางทีก็ทำไม้ทำมือ ปล่อยจากพวงมาลัยเป็นพักๆ... ดีที่ตอนนั้นรถติด
 
ก็เลยชวนคุยเรื่องอื่นบ้าง แต่ก็วกกลับมาเรื่องเดิมทุกที
 
สุดท้ายก็ถึงที่หมาย แกก็ขับปลอดภัยดี จอดแล้วคิดราคาตามมิเตอร์เรียบร้อย ดูจากท่าทางการคุยของพี่แกแล้ว ดูเหมือนการขับรถและคิดตัง จะเป็นเรื่องรอง การชวนผู้โดยสารคุยจะเป็นเรื่องหลักวุ้ย = _ =
 
ก่อนลงมีกำชับผมด้วย ไอ้เรื่องที่เล่าเนี่ย ไม่ต้องไปบอกใครต่อนะ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครเชื่อหรอก แล้วก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรด้วย ผมก็รับคำไป ครับๆ จะไม่เล่าต่อแหละ
 
กลัวจะได้ไปเขียนเกมต่อในโรงพยาบาลศรีธัญญาน่ะสิ
 
============
 
นอกเรื่องแท็กซี่นิด ยังอยู่ในกรุงเทพนะ
 
ไวไฟโรงแรมโคตะระมหาแพง ชั่วโมงละเก้าสิบบาท เอ็งเอาเน็ตอะไรมาให้ใช้น่ะ กิ๊กกะบิตอินเตอร์เน็ตใยแก้ว หุ้มสายไฟด้วยทองคำขาวอิมพอร์ตจาก M78 เรอะ แต่ไวไฟรับได้เร็วสุด 54 Mbps อยู่ดีแหละน่า
 
สมัยตูอยู่ห้องชมรมที่ภูเก็ต ตูใช้เน็ตสามสิบเม็กไม่ต้องเสียซักกะบาท = _ =
 
ก็เลยเดินออกมาเล่นที่ร้าน เสียชั่วโมงละสิบบาท สมเหตุสมผลหน่อย
การสอนคนอื่นในวิชาที่เรารู้ ชำนาญดีอยู่แล้ว ทำให้รู้สึกว่า อา กูนี่มันเก่งเหลือเกิน สรรพสิ่ง(ในวิชาที่สอน) ข้ารู้ดี... แต่อย่าเลี้ยวออกนอกที่เขียนไว้ในสไลด์/เท็กซ์/ข้อสอบเก่า เชียวนะ ใบ้แดกทันที ไม่รู้ห่าอะไรเลย ชั้นเก่งเพราะสมัยชั้นเรียนได้เอ มาติวเก็งข้อสอบก็ทำได้ ทำได้ทุกอย่าง ยกเว้นเอาวิชานั้นไปต้มกินแกงกิน

วิชา ในมหาลัยป.ตรีเนี่ย เนื้อหามันก็มีอยู่แค่นั้น คงที่ สิบปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น เป็นของเก่าของคนสอน แต่เป็นของใหม่ของคนเรียน เพราะแรกเริ่ม ยังไงก็ต้องมาเรียนของพื้นฐานกันก่อน เหมือนที่เราต้องเรียนบวกลบคูณหาร ก่อนเรียนแคลคูลัส

การต้องสอนของ เดิม ซ้ำๆๆๆ มันก็เป็นอันตรายต่อคนที่สอนเองเหมือนกัน ทำให้อัตตามันพองโต ตรงนี้อันตราย ตรงที่ว่า ในโลกความเป็นจริง ไม่มีใครที่เป็นคนเก่ง คนฉลาด ตลอดเวลา วันนี้เป็นคนเก่ง วันพรุ่งนี้ก็อาจจะเป็นคนไม่เก่ง เพราะเทคโนโลยีมันเปลี่ยน ต้องไปเรียนรู้ของใหม่ วันนี้เป็นคนไม่เก่ง แต่เก็บเลเวลไป พรุ่งนี้ก็จะเป็นคนเก่งขึ้นมา เป็นวัฏจักร เจอกันทุกคน ถ้ายังจะอยู่ในสายงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี

คนลงเงิน กับ คนลงแรง

posted on 26 Feb 2012 11:17 by penta-x
สำหรับผู้บังคับบัญชา การจ้างคนเพิ่ม ให้มาทำงานด้วยกัน เป็นเรื่องที่ข้อนข้างง่ายทีเดียว (ตราบใดที่การเงินยังเอื้ออำนวย) การไล่คนออก เป็นเรื่องยาก ยิ่งเป็นการไล่คนออกด้วยเหตุผลงี่เง่าๆที่ว่า จะได้จ้างคนที่เก่งกว่ามาทำแทน ก็จะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ ด้วยเหตุที่ ฝีมือคนพัฒนาได้ และคนๆหนึ่งก็มีหลายมิติ หลายมุม จะมาวัดกันแค่ในระนาบเดียวไม่ได้
 
...
 
แต่สำหรับพวกผู้ถือเงิน เขาก็อยากให้ไล่คนออกให้มากๆ รายจ่ายเขาจะได้น้อย จ้างคนน้อยๆ แต่จะให้ทำงานให้เยอะๆ โดยไม่แหกตาดูเลยว่า รายรับก็ดี คุณภาพงานที่ออกมาก็ดี มันก็มาจากคนที่ทำงานอยู่นี่ละเหวย อันที่จริง เราก็ควรเคารพคนลงแรง มากเท่าๆกับคนที่ลงเงินน่ะแหละ แต่สังคมของเราหล่อหลอมค่านิยมมาผิด ให้ความสำคัญของคนมีเงิน คนถือเงิน มากเกินความเป็นจริง
 
...
 
ถ้าไม่มีคนลงเงิน ก็ไม่มีเงินเลี้ยงทีมงาน รายจ่ายค่าปัจจัยทั้งหลายที่ต้องใช้ ก็ไม่มีผลงานเกิดมา
ถ้าไม่มีคนลงแรง เงินก็จะอยู่เฉยๆ นอนอยู่ในธนาคารให้เงินเฟ้อที่มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากกัดกินไปให้ด้อยค่าลง เรื่อยๆ และแน่นอน ด้วยตัวเงินเฉยๆ ไม่สามารถก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาได้เลย
 
=========================
 
เราคนไทยรับค่านิยมทุนนิยมมาจากอเมริกัน แต่ว่า ชาติอเมริกาเอง กลับสร้างขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของแรงงาน มากกว่าเงินทุนเสียอีก ที่อเมริกาเป็นมหาอำนาจของโลกได้ทุกวันนี้ ก็เพราะคนอเมริกันทำงานหนักน่ะแหละ

edit @ 26 Feb 2012 11:23:47 by PentaX

edit @ 6 Feb 2012 15:20:28 by PentaX

(คีย์เวริดให้ติดกูเกิ้ล ไม่มีผลทางการเมือง เชื่อผมเหอะ ผมยังรักชีวิตอยู่นะ ถ้าซ่อนได้ผมซ่อนแหล่ว) เกมไทย game เกม แจก ดาวน์โหลด gamecrafter game developer thai 3d cg PentaX ปวีร์ ภคเมฆานนท์ indy อิสระ คนทำเกมไทย นักพัฒนาซอฟท์แวร์เกม PSU มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โครงงาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเพื่อความบันเทิง เกมเครื่องบิน flight air combat ace plane fighter เครื่องบินขับไล่ thai game developer การสร้างเกม