ว่าด้วยเรื่องของ Plagiarism
posted on 31 Jan 2012 18:01 by penta-xเมื่อไม่กี่วันมานี้เจอเพื่อนคนนึงเอาวิดิโอ CGI ที่เมืองนอกทำไว้ มาอัพขึ้นเว็บเครือข่ายสังคม แล้วเคลมว่า ผมซุ่มทำไอ้นี่อยู่เป็นปี
คงจะจับไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าของผลงานไม่ได้เขียนชื่อโต้งๆไว้ในงาน ให้ไปเสริชหาตัวจริงได้ง่ายๆ แต่ผมก็ไม่ได้ดราม่าอะไรนะ
....
มองไปที่เพจคำคม รวมภาพขำขันโดนๆ ที่ผุดขึ้นเต็มเฟซบุ๊ค ก็มีภาพ ข้อความ เดิมๆ เหมือนกันไปหมดทุกเพจ มีการ์ตูนที่ แปลบ้าง แฮ๊บตรงๆบ้าง โดยที่คนวาดไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าไปโผล่ที่ไหน
หลายๆคำคม ไปๆมาๆ ก็มาจากหนังสือวัยรุ่น สมัยคุณพ่อยังจีบกับคุณแม่ เมื่อยี่สิบปีก่อนเลยทีเดียว
...
ในเอ็กซ์ทีนเอง การที่ใครจะเขียนบล็อกที่มีสาระ แล้วโดนเว็บโน่น เว็บนี่ เว็บนั่น ก็อปไปแปะโชะ (และไม่ให้เครดิต) มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเว็บขี้ลอกถึงได้มีคนดูเยอะจริงจัง เวรกรรมไม่มีจริงหรือยังไงนะ
...
สองสามวันก่อนก็มีเหตุการณ์ เว็บสตรีมการ์ตูน ไปเอาคำแปลเพลงโวคัลลอยด์จากบล็อกเกอร์นักแปล(และนักวาด) ชื่อดังท่านหนึ่่งมาใส่เป็นซับไตเติ้ลวิดิโอ แล้วเคลมว่า แปลโดยกูเอง
จนมีคนไปโวยน่ะแหละ... ถ้าไม่มีคนโวยก็คงไม่แก้ไข
...
มองมาที่หมู่นักศึกษา มันก็เป็นเรื่องโคตรธรรมดา ที่ีถ้าทำโปรเจคพวก เกมส์ (โปรเจคแนวอื่นก็คงมีแหละ แต่ผมจับไม่ได้) ที่เอาภาพ แฮ๊ปมาจากอินเตอร์เน็ต แล้วไม่มีปัญญากระทั่งตัดภาพเอาไปใส่ในเกม ต้องขอร้องให้เพื่อนทำให้ เมื่ออาจารย์ถามว่า ภาพในเกมท่านสร้างขึ้นมายังไง ก็ตอบไม่ได้กระทั่งว่า ชาวบ้านชาวช่องเขาใช้โปรแกรมอะไรวาดรูป ทั้งๆที่เกมเอ็งมีภาพเต็มไปหมดนี่นะ
คือแม่งในเกมมีร้อยรูป ไม่ได้วาดเองซักรูป...
...พอใครเขาถามก็วีนใส่เสียอีก เป็นการป้องกันตัว... คงจะนึกว่าใครๆเขาก็เป็นควายกัน
สำหรับโปรเจคจบนักศึกษา กลายเป็นว่า ไม่ขอร้องให้คนอื่นทำให้ ไม่เอางานคนอื่นมา( 100 %) ไม่จ้างคนอื่นทำให้ งานสุดท้ายออกมาแค่ดูได้ก็พอ นี่ก็คือประเสริฐแล้ว...
สำหรับโปรเจคจบนักศึกษา กลายเป็นว่า ไม่ขอร้องให้คนอื่นทำให้ ไม่เอางานคนอื่นมา( 100 %) ไม่จ้างคนอื่นทำให้ งานสุดท้ายออกมาแค่ดูได้ก็พอ นี่ก็คือประเสริฐแล้ว...
...เรื่องโปรเจคนักศึกษานี่ขอบ่นแยกเอนทรี่ไปละกัน มีเรื่องให้บ่นเยอะ... เยอะชิบหายเลย ต่อให้บ่นแค่ โปรเจคพวกเกม ก็เถอะนะ
....
....
เอาล่ะ ยกตัวอย่างมาครึ่งหน้ากระดาษ จะพูดว่าอะไร...
...จะบอกว่า ในสังคมบ้านเรา พฤติกรรม "เอางานชาวบ้านมาเป็นงานกู" มันมีเยอะเหลือเกินน่ะ ในทุกวงการ ทุกระดับสังคมแหละ
ภาษาฝรั่งเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "Plagiarism" ซึ่งแม่งจะโดนสังคมลงโทษอย่างรุนแรง อย่างเช่น ถ้าเป็นโปรเจคจบ วิทยานิพนธ์ ถึงจะเรียนจบไปแล้ว ก็จะโดนเรียกวุฒิการศึกษาคืน เสียประวัติ เสียเวลาไปฟรีๆ
ถ้าเป็นสังคมอินเตอร์เน็ตบางที่ บางเว็บบอร์ด อย่างพ็อกเก็ต เดเวี่ยนอาร์ต เอ็กซ์ทีน ทีจีดีเอ็กซ์ ก็จะโดนรุมประชาฑัณฑ์แบบ ตายไปจากสังคมออนไลน์เลย การลงโทษของสังคมแรงมาก เคยเป็นเพื่อนก็ตัดเพื่อน เคยรักก็เกลียด เคยเคารพก็เหยียดหยาม
คือแม่งตายไปจากสังคมนั้นเลย... แล้วหลังจากนั้น ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ในการจะสร้างชื่อเสียง ความนับถือขึ้นมาใหม่ด้วยนะ
มาตรการการลงโทษรุนแรง คนก็ไม่อยากจะแฮ็ปงานชาวบ้านมา เพื่อที่จะได้หน้าเพียงไม่กี่นาทีหรอก
แต่ต้องยอมรับว่า สังคมที่ว่ามาเนี่ย เป็นสังคมส่วนน้อย จะนับทั้งออนไลน์ออฟไลน์ด้วย สังคมในส่วนที่ใหญ่ ไม่ใช่สังคมของนักสร้างสรรค์ผลงานอะไร
จะไม่เข้าใจว่า กว่าจะได้ภาพวาด กากๆ ภาพนึง เสียเวลาเท่าไหร่ กว่าจะได้แอนิเมชั่นกากๆแค่ห้านาที ต้องอดหลับอดนอน ต่อสู้กับตัวเองกี่คืนกี่สัปดาห์ กว่าจะได้เกมเกมนึง ต้องอดทนนานนับกี่เดือนกี่ปี
...แถมส่วนมากก็จะไม่ขโมยงานกากๆด้วยสิ ขโมยงานระดับดูดี กันเสียด้วย ซึ่งแน่นอนว่า คนทำต้องเสียแรงงานมากขึ้นไปอีก
ยิ่งงานที่ขโมยมาดูดี หัวขโมยยิ่งได้หน้า
หัวขโมยยิ่งได้หน้า ก็ยิ่งทำ
พอ 1 คนทำแล้วงอกงาม อีก 10 คนก็ตาม
10 คนตามแล้วงอกงาม ได้หน้าโดยไม่เหนื่อย 100 คนก็ตาม
คนที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานก็เป็นไอ้โง่ไป ทีนี้ในสังคมก็เลยมีแต่พวกขี้ขโมย เพราะเห็นว่า คนอื่นเขาทำก็ไม่เป็นไร ดังนั้น ไม่ผิดหรอกเนอะ... เป็นการสร้าง social norms ที่บิดเบี้ยวขึ้นมา
บางคน อาจจะไปเจอตอ อย่างขโมยงานเจ้าพ่อเจ้าแม่ดราม่า เช่น ปลาxxxxxxx หรือพวกไทยxxxดั๊บ เข้า ก็จะโดนยาแรง เลิกเป็นหัวขโมยไปตลอดชีวิตเลย... เจอพวกนี้ดราม่าใส่เข้า ไม่เข็ดให้มันรู้ไปเถอะ
แต่ส่วนมากจะไม่เจอตอน่ะสิ พวกที่ดราม่ากับเรื่องแบบนี้มีน้อย ส่วนมากเห็นๆก็ปล่อยๆไำป
คนไทยชอบหยวนๆ ให้อภัย ไม่มีเรื่องมีราว ให้เรื่องมันจบๆ ไม่อยากให้ตัวเองมีภัย พอมีคนโวยวายอะไรขึ้นมาถึงมันจะถูก แต่ก็จะถูกกระแสสังคมกดดันเยอะเลยล่ะ คนที่ไม่ใช่พวก เจ้าพ่อเจ้าแม่ดราม่า ก็จะเลิกๆไป
พวกขโมยก็เลยแพร่พันธ์ได้เต็มไปหมด
============
ถ้าคนทำงานไม่ได้รับรางวัลที่ควรจะได้รับ คนไม่ทำกลับได้ผลลัพธ์แม้เพียง 1 ใน 10 ของคนทำ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าสังคมเรายังไม่มีมาตรฐานการลงโทษพฤติกรรมทำนอง plagiarism อยู่ละก็
...วงการโน่น วงการนี่ วงการนั่น ที่มันย่ำอยู่กับที่ มันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนั่นแหละ ไม่มีทางพัฒนาขึ้นหรอก



































