ว่าด้วยเรื่องของ Plagiarism

posted on 31 Jan 2012 18:01 by penta-x
เมื่อไม่กี่วันมานี้เจอเพื่อนคนนึงเอาวิดิโอ CGI ที่เมืองนอกทำไว้ มาอัพขึ้นเว็บเครือข่ายสังคม แล้วเคลมว่า ผมซุ่มทำไอ้นี่อยู่เป็นปี
 
คงจะจับไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าของผลงานไม่ได้เขียนชื่อโต้งๆไว้ในงาน ให้ไปเสริชหาตัวจริงได้ง่ายๆ แต่ผมก็ไม่ได้ดราม่าอะไรนะ
....
 
มองไปที่เพจคำคม รวมภาพขำขันโดนๆ ที่ผุดขึ้นเต็มเฟซบุ๊ค ก็มีภาพ ข้อความ เดิมๆ เหมือนกันไปหมดทุกเพจ มีการ์ตูนที่ แปลบ้าง แฮ๊บตรงๆบ้าง โดยที่คนวาดไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าไปโผล่ที่ไหน
 
หลายๆคำคม ไปๆมาๆ ก็มาจากหนังสือวัยรุ่น สมัยคุณพ่อยังจีบกับคุณแม่ เมื่อยี่สิบปีก่อนเลยทีเดียว
...
 
ในเอ็กซ์ทีนเอง การที่ใครจะเขียนบล็อกที่มีสาระ แล้วโดนเว็บโน่น เว็บนี่ เว็บนั่น ก็อปไปแปะโชะ (และไม่ให้เครดิต) มันก็เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน
 
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมเว็บขี้ลอกถึงได้มีคนดูเยอะจริงจัง เวรกรรมไม่มีจริงหรือยังไงนะ
 
...
สองสามวันก่อนก็มีเหตุการณ์ เว็บสตรีมการ์ตูน ไปเอาคำแปลเพลงโวคัลลอยด์จากบล็อกเกอร์นักแปล(และนักวาด) ชื่อดังท่านหนึ่่งมาใส่เป็นซับไตเติ้ลวิดิโอ แล้วเคลมว่า แปลโดยกูเอง
 
จนมีคนไปโวยน่ะแหละ... ถ้าไม่มีคนโวยก็คงไม่แก้ไข
...
 
มองมาที่หมู่นักศึกษา มันก็เป็นเรื่องโคตรธรรมดา ที่ีถ้าทำโปรเจคพวก เกมส์ (โปรเจคแนวอื่นก็คงมีแหละ แต่ผมจับไม่ได้) ที่เอาภาพ แฮ๊ปมาจากอินเตอร์เน็ต แล้วไม่มีปัญญากระทั่งตัดภาพเอาไปใส่ในเกม ต้องขอร้องให้เพื่อนทำให้ เมื่ออาจารย์ถามว่า ภาพในเกมท่านสร้างขึ้นมายังไง ก็ตอบไม่ได้กระทั่งว่า ชาวบ้านชาวช่องเขาใช้โปรแกรมอะไรวาดรูป ทั้งๆที่เกมเอ็งมีภาพเต็มไปหมดนี่นะ
 
คือแม่งในเกมมีร้อยรูป ไม่ได้วาดเองซักรูป...
 
...พอใครเขาถามก็วีนใส่เสียอีก เป็นการป้องกันตัว... คงจะนึกว่าใครๆเขาก็เป็นควายกัน


สำหรับโปรเจคจบนักศึกษา กลายเป็นว่า ไม่ขอร้องให้คนอื่นทำให้ ไม่เอางานคนอื่นมา( 100 %)  ไม่จ้างคนอื่นทำให้ งานสุดท้ายออกมาแค่ดูได้ก็พอ นี่ก็คือประเสริฐแล้ว...
 
...เรื่องโปรเจคนักศึกษานี่ขอบ่นแยกเอนทรี่ไปละกัน มีเรื่องให้บ่นเยอะ... เยอะชิบหายเลย ต่อให้บ่นแค่ โปรเจคพวกเกม ก็เถอะนะ
....
 
....
 
เอาล่ะ ยกตัวอย่างมาครึ่งหน้ากระดาษ จะพูดว่าอะไร...
 
...จะบอกว่า ในสังคมบ้านเรา พฤติกรรม "เอางานชาวบ้านมาเป็นงานกู" มันมีเยอะเหลือเกินน่ะ ในทุกวงการ ทุกระดับสังคมแหละ
 
ภาษาฝรั่งเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า "Plagiarism" ซึ่งแม่งจะโดนสังคมลงโทษอย่างรุนแรง อย่างเช่น ถ้าเป็นโปรเจคจบ วิทยานิพนธ์ ถึงจะเรียนจบไปแล้ว ก็จะโดนเรียกวุฒิการศึกษาคืน เสียประวัติ เสียเวลาไปฟรีๆ
 
ถ้าเป็นสังคมอินเตอร์เน็ตบางที่ บางเว็บบอร์ด อย่างพ็อกเก็ต เดเวี่ยนอาร์ต เอ็กซ์ทีน ทีจีดีเอ็กซ์ ก็จะโดนรุมประชาฑัณฑ์แบบ ตายไปจากสังคมออนไลน์เลย การลงโทษของสังคมแรงมาก เคยเป็นเพื่อนก็ตัดเพื่อน เคยรักก็เกลียด เคยเคารพก็เหยียดหยาม
 
คือแม่งตายไปจากสังคมนั้นเลย... แล้วหลังจากนั้น ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ในการจะสร้างชื่อเสียง ความนับถือขึ้นมาใหม่ด้วยนะ
 
มาตรการการลงโทษรุนแรง คนก็ไม่อยากจะแฮ็ปงานชาวบ้านมา เพื่อที่จะได้หน้าเพียงไม่กี่นาทีหรอก
 
แต่ต้องยอมรับว่า สังคมที่ว่ามาเนี่ย เป็นสังคมส่วนน้อย จะนับทั้งออนไลน์ออฟไลน์ด้วย สังคมในส่วนที่ใหญ่ ไม่ใช่สังคมของนักสร้างสรรค์ผลงานอะไร
 
จะไม่เข้าใจว่า กว่าจะได้ภาพวาด กากๆ ภาพนึง เสียเวลาเท่าไหร่ กว่าจะได้แอนิเมชั่นกากๆแค่ห้านาที ต้องอดหลับอดนอน ต่อสู้กับตัวเองกี่คืนกี่สัปดาห์ กว่าจะได้เกมเกมนึง ต้องอดทนนานนับกี่เดือนกี่ปี
 
...แถมส่วนมากก็จะไม่ขโมยงานกากๆด้วยสิ ขโมยงานระดับดูดี กันเสียด้วย ซึ่งแน่นอนว่า คนทำต้องเสียแรงงานมากขึ้นไปอีก
 
 
ยิ่งงานที่ขโมยมาดูดี หัวขโมยยิ่งได้หน้า
 
หัวขโมยยิ่งได้หน้า ก็ยิ่งทำ
 
พอ 1 คนทำแล้วงอกงาม อีก 10 คนก็ตาม
 
10 คนตามแล้วงอกงาม ได้หน้าโดยไม่เหนื่อย 100 คนก็ตาม
 
คนที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานก็เป็นไอ้โง่ไป ทีนี้ในสังคมก็เลยมีแต่พวกขี้ขโมย เพราะเห็นว่า คนอื่นเขาทำก็ไม่เป็นไร ดังนั้น ไม่ผิดหรอกเนอะ... เป็นการสร้าง social norms ที่บิดเบี้ยวขึ้นมา
 
บางคน อาจจะไปเจอตอ อย่างขโมยงานเจ้าพ่อเจ้าแม่ดราม่า เช่น ปลาxxxxxxx หรือพวกไทยxxxดั๊บ เข้า ก็จะโดนยาแรง เลิกเป็นหัวขโมยไปตลอดชีวิตเลย... เจอพวกนี้ดราม่าใส่เข้า ไม่เข็ดให้มันรู้ไปเถอะ
 
 แต่ส่วนมากจะไม่เจอตอน่ะสิ พวกที่ดราม่ากับเรื่องแบบนี้มีน้อย ส่วนมากเห็นๆก็ปล่อยๆไำป
 
คนไทยชอบหยวนๆ ให้อภัย ไม่มีเรื่องมีราว ให้เรื่องมันจบๆ ไม่อยากให้ตัวเองมีภัย พอมีคนโวยวายอะไรขึ้นมาถึงมันจะถูก แต่ก็จะถูกกระแสสังคมกดดันเยอะเลยล่ะ คนที่ไม่ใช่พวก เจ้าพ่อเจ้าแม่ดราม่า ก็จะเลิกๆไป
 
พวกขโมยก็เลยแพร่พันธ์ได้เต็มไปหมด
 
============
 
ถ้าคนทำงานไม่ได้รับรางวัลที่ควรจะได้รับ คนไม่ทำกลับได้ผลลัพธ์แม้เพียง 1 ใน 10 ของคนทำ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
 
ถ้าสังคมเรายังไม่มีมาตรฐานการลงโทษพฤติกรรมทำนอง plagiarism อยู่ละก็
 
...วงการโน่น วงการนี่ วงการนั่น ที่มันย่ำอยู่กับที่ มันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนั่นแหละ ไม่มีทางพัฒนาขึ้นหรอก
พึ่งกลับจากทำบุญภาควิชามาเมื่อกี้
 
หลวงพ่อเทศนาได้ดีมากเลย ฟังแล้วรู้สึกว่าท่านมีความรู้กว้างขวาง หูตากว้างไกล
 
...
 
...แล้วก็รู้สึกว่า ไอ้ที่เราคุยกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเนี่ย
 
มันชักจะเข้าใกล้สนทนาธรรมขึ้นทุกที
 
หรือว่าท่านจงใจเทศนาให้เป็นเรื่องที่ชาวบ้านชาวช่องคุยกัน ก็ไม่ทราบได้นะ ก็เลยคล้ายๆกับเรื่องที่เราคุยกันอยู่ในชีวิตประจำวันไป
 
เรื่องที่เทศนา ก็เรื่องนี้น่ะ http://th.wikipedia.org/wiki/สัจจะ
 
...

ซักเดือนสองเดือนก่อน ผมก็เคยอ่านเจอว่า วิธีทดสอบว่า คนไหนมีสัจจะหรือเปล่า ก็คือ ให้งานยาก ไปทำให้เสร็จในเวลาจำกัด ซึ่ง มันก็จะแยกกับทดสอบความซื่อสัตย์ไป... อันนี้มาจากสามก๊ก
 
 
ไอ้เราก็สงสัย อ้าว ตกลง สัจจะ ไม่ใช่ ความซื่อสัตย์หรอกหรือ พอไปค้นจริงๆ ก็เอ้อ มันมีอะไรมากกว่านั้น
 
แล้วก็ถ้าทำได้ครบห้าข้อเนี่ย เป็นยอดคนชัดๆเลยแหละ ไม่พาตัวเอง คนรอบข้างและชาติให้เจริญก้าวหน้าได้ก็ให้มันรู้ไป
 
================================
 
พระท่านว่า ในร้อยคน มีคนเก่งคนกล้าคนหนึ่ง ในพันคน มีบัณฑิตคนหนึ่ง ในแสนคน มีคนมีสัจจะเพียงคนเดียว...
 
ความรู้สึกแรกก็คือ มันเวอร์ไป แต่ลองค้นดูจริงๆว่าไอ้สัจจะคืออะไร ก็เออ จริง
 
ตูแม่งก็ทำไม่ได้ อีกสิบปีจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้...
 
================================
 
ไอ้เรื่องคนดี คนไม่ดี ในประชากรเท่าไหร่ มีคนดี คนไม่ดี กี่คนๆนี่ เป็นการตั้งกำแพง (Threshold) แบ่งค่าที่มันต่อเนื่องกันอยู่ (Continuous) เป็นกลุ่ม สองฟาก ชัดๆเลยนะ
 
เหมือนเขียนโปรแกรม แปลงให้ภาพที่มันเป็นสีเทาๆอยู่ เป็นสีขาว กับสีดำ
 
ไอ้ตรรกะนี้ คำพูดแบบนี้ มันก็เหมือนเอาโลกที่มันเป็นระดับสีเทา grayscale ไปปัดเป็นสี ขาว กับ ดำ สองสี
 
จะขาวเยอะ หรือดำเยอะ มันก็ขึ้นกับว่า จะไปตั้งให้ตัว Threshold มันอยู่ตรงไหนด้วยสิ
 
ฟังเหมือนจะฉลาด แต่ในโปรแกรมที่เขียนเนี่ย เป็น if โง่ๆธรรมดา... คือถ้ามึงสว่างไม่พอจะเป็นสีขาว มึงก็เป็นสีดำไปซะ
 
ถ้าต้อง สีสว่างเกือบขาวเหี้ยมๆ ถึงจะนับเป็นขาว ไม่เข้าเกณฑ์นี้ เอ็งคือสีดำ ละก็ เอาภาพไหนเข้าไปมันก็เป็นสีดำ...
 
...ไอ้การมองโลกแบบนี้ก็เหมือนกัน
 
ถ้าเอาเพอร์เฟค ยอดคนไปเลยอาจจะใช่ ในแสนมีหนึ่ง แต่ถ้าไม่ถึงกับต้องเป็นยอดคน คิดว่า มองๆไป ในสิบก็น่าจะมีซักห้าล่ะนะ คนที่มีคุณธรรมความดีพอที่จะนับถือกันได้น่ะ
 
คิดว่า คนดี แค่พอนับถือกันได้ ไม่ต้องเป็นยอดคน มันน่าจะหาง่ายกว่า คนเก่ง คนกล้า อีกนะ ไม่งั้นสังคมเราก็คงอยู่ไม่ได้... แต่จะเอาคนที่ไม่มีความด่างพร้อยเลยก็คงจะไม่เจอน่ะแหละ
 
...เพราะมันไม่มี
 
=====================
 
นอกเรื่องหน่อย เอาเกมที่ทำอยู่ตอนนี้มาแปะนิดนึง
 
ไม่ใช่อะไรหรอก = _ = เห็นว่าดองบล็อกไว้นานมาก นานชนิดที่ว่า อัพบล็อกเรื่องเกมที่ทำอยู่ ครั้งที่แล้ว คือตอนที่ HyperSonic 3 (เกมที่แล้ว) ยังไม่เสร็จ...
 
 
...ซึ่งสภาพตอนนี้คือ ไอ้ HyperSonic 3 น่ะ เสร็จไปจะครบปีแล้ว แล้วก็ เกมที่ทำอยู่ปัจจุบัน ของปีนี้เนี่ย ใกล้เสร็จแล้วเหมือนกัน จะแจกอยู่แล้ว
 
 ไม่ใช่ HyperSonic 4 หรอก... เกมที่ทำอยู่ปัจจุบันคือ เกมนี้...
 
 
เกมหุ่นยนต์น่ะ ซุปเปอร์โรบอทแนวหลอกเด็ก... เอ้ย ไม่ใช่... เ้นื้อเรื่องจะเหมาะกับเด็กๆมากกว่าเกมที่ผ่านๆมาหน่อย ไม่ซีเรียสแนวทหารอะไร
 
อารมณ์การ์ตูนโชเน็นยุค 1990...
 
คงจะแจกได้ซักมีนานี่ล่ะนะ = =/

edit @ 28 Jan 2012 13:36:41 by PentaX

การผจญภัยของข้าพเจ้า

posted on 27 Jan 2012 18:50 by penta-x
...เกือบลืมไปแล้วว่าตูก็มีบล็อกกับชาวบ้านอยู่ที่่ Exteen ด้วย

พอดีหา "เขียนบันทึก" ของ FB ไม่เจอ ก็เลยเขียนมันตรงนี้ละกัน
 
========================
 
เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ผมเอาเอกสารโคตรสำคัญไปส่งที่สำนักงานภาควิชา(ที่ภูเก็ต) ก็บอกเขาว่า เนี่ย เอกสารต้องไปถึงหาดใหญ่ภายในวันศุกร์นะ เขาโทรคุยกับหาดใหญ่แล้ว
 
ถามไปถามมา เขาก็แสดงความไม่แน่ใจขึ้นมาว่า ถ้าฝากไปกับภาควิชาแล้ว จะไปถึงหาดใหญ่ในวันศุกร์หรือเปล่า แล้วถ้าส่งไปกับ EMS แล้ว มันจะถึงใน 24 ชั่วโมงจริงๆหรือ ถ้าพลาดไป ก็ถึงอีกทีวันจันทร์เลย ซึ่งไม่ทัน
 
...ถึงจะไปถึง มอ. หาดใหญ่ ทัน แต่มันจะไปติดแหง่กอยู่ที่ส่วนกลางมหาลัย กว่าจะไปถึงภาควิชาวิศวคอมพ์ก็ีหลายวันหรือเปล่า
 
===========================
 
เอาล่ะ... ผมในตอนนั้นก็อารมณ์ ไม่แน่ใจหลายเรื่องเหลือเกินนะ... ถ้างั้น ไม่เป็นไร ผมไปส่งด้วยตัวเองละกัน อารมณ์ไปตายเอาดาบหน้ามากเลย
 
เดินลงมาเก็บของที่ห้องชมรมชั้นล่าง ก็ระลึกขึ้นมาได้ว่า ตูทำอะไรอยู่ฟะ เอาของไปฝากให้ข้างบนส่งให้ เรื่องก็จบๆ ถึงจะอาจจะถึงช้าหน่อยแต่ก็โอกาสถึงช้าน้อยนี่นา
 
พอถือของขึ้นไปข้างบนปุ๊บ เจ้าหน้าที่ของภาควิชาก็บอกว่า เนี่ย หาตัวพอดี จะฝากส่งไปด้วย พอดีวันนี้เขายุ่งมาก... ดีเลย ตูต้องไปส่งจริงๆสินะ ก็รับของคนอื่น ที่เขาฝากภาควิชาให้ส่งให้ มาให้ตูเป็นบุรุษไปรษณีย์ ไปส่งให้นี่แหละ
 
ก็เลย อ่ะ แพ็คของทั้งหมดใส่ถุงสีน้ำตาล แล้วก็โบกมอไซค์รับจ้างไปบขส. แล้วขึ้นรถทัวร์ไปหาดใหญ่ตรงนั้นเลย...
 
อารมณ์ตอนนั้นอยากเอาไอ้พัสดุนี่ใส่กระเป๋าเจมส์บอนด์ แล้วล็อกกุญแจมือกับมันมากเลย
 
No plan, No backup ไม่มีแผนว่าจะค้างที่ไหน ไม่มีอะไรทั้งนั้น ตอนขึ้นรถจะถึงหาดใหญ่กี่โมงก็ไม่รู้ เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอาไปด้วย... ห่ามจริง
 
ห่ามกว่าตอนโบกรถทัวร์จากหาดใหญ่ไปกรุงเทพตอนที่เขาเผาเมืองกันอยู่ เพื่อที่จะร่วมมีตติ้งของบอร์ดเล็กๆซะอีำก เพราะอย่างน้อยตอนนั้นก็ google หาโรงแรมก่อน พาเสื้อผ้าไป
 
==================================
 
ปรากฏว่า ถึงหาดใหญ่ ทุ่มนึง ซึ่ง อย่าหวังว่าจะโบกรถกลับวันนั้นเลย office ภาควิชา(ที่หาดใหญ่) ก็ปิดแล้ว
 
แต่ผมก็บอกให้มอเตอร์ไซต์รับจ้างที่โบกได้ที่ บขส. หาดใหญ่ ให้ไปส่งที่ประตู 108 ของ มอ. (หาดใหญ่) ซะเสีย... ด้วยความคิดที่ว่า แถวนั้นมีหอพักนักศึกษาเยอะ ตอนเรียนอยู่หาดใหญ่ก็อยู่หอแถวนั้น แล้วมันก็ต้องมีหอที่พอจะ ให้เช่ารายวัน อยู่ค้างคืนได้ บ้างล่ะวะ...
 
ถ้านอนที่ประตู 108 วันรุ่งขึ้นก็เดินเข้าไปที่ตึกภาควิชาได้เลย แล้วก็กลับบ้านแบบชิลๆ... หึหึ...
 
...ลงจากมอเตอร์ไซต์ปั๊บ ทำเหรียญหล่น... พอก้มลงเก็บปั๊บ กางเกงขาดที่เป้าดัง แคว่ก... และแน่นอน ผมไม่ได้พาเสื้อผ้าไปเลย = _ =
 
ก็เดินทั้งๆที่กางเกงขาดนั่นแหละ ไปตลอดเส้นถนน หาที่พักน่ะแหละ... ซึ่งไม่มี ถึงมี แต่ ก็ไม่มีออฟฟิศหอพักหอไหนที่มันเปิดตอน 2 ทุ่มหรอกนะ... อนาถโฮก
 
======================================
 
เดินวนไปวนมาทั้งถนน ไม่เจอ ก็เลยเดินไปถึงถนนเพชรเกษม ไม่เจอที่ๆจะพักได้เลย ก็เลยเดินเข้ามินิมาร์ทไปถามพนง.เฝ้าร้านว่า แถวนี้พอมีโรงแรมให้ค้างบ้างมั้ยครับ?
 
พนง. ก็มีน้ำใจช่วยเหลือมากเลย เดินออกจากร้านปุ๊บ ชี้ไปทางซ้าย บอกว่า ให้ตรงไป เลี้ยวขวา... แถวนั้นมีที่พักค้างคืนเยอะครับ
 
...ผมก็ขอบใจพนง.ร้านคนนั้น แล้วก็เดินออกมา มองไปตามที่พี่เขาชี้้... มันก็เป็นถนนที่ผมเดินวนไปวนมาสองรอบเมื่อกี้นั่นแหละครับ ไอ้ประตู 108 ที่โบกมอเตอร์ไซต์ลงตอนแรกน่ะแหละ
 
...
 
...
 
...เออ ตอนแรกกูก็คิดเหมือนมึงแหละ อันนี้บ่นในใจ... ใครมันจะกล้าบ่นออกมาเป็นคำพูด...
 
...
 
...เอาวะ... เดินกลับไปหาอีกรอบก็เอา ดีกว่านอนตายข้างถนนอยู่ตรงนี้
 
เดินไปถึงสามแยกปุ๊บ เจอคุณมอเตอร์ไซต์รับจ้างนอนเล่นอยู่ (เมื่อกี้เดินผ่านตรงนี้ไม่เห็นมีนี่) ก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนลงจากรถที่ บขส. ก็เจอโรงแรมนี่ ถ้างั้นโบกมอเตอร์ไซต์(กลับ)ไปที่บขส. ดีกว่า
 
---------------------------------------
 
เน้นย้ำกับคุณพี่มอไซต์รับจ้างว่า ลงที่โรงแรมในซอยเดียวกันกับบขส. นะพี่ แล้วก็ลงที่หน้าโรงแรมนั่นแหละ ตึกใหญ่โตเลยทีเดียว
 
ในใจตอนลงจากรถ เดินเข้าโรงแรมก็คิด อา... รอดแล้วกู... คงไม่ต้องเตือนความจำว่า ตอนนั้นกางเกงยังขาดอยู่นะ
 
 
"พี่ครับ ห้องนึง คืนละเท่าไหร่ครับ" เราถามไปอย่างมีความหวัง ราวคนหลงในทะเลทรายเจอน้ำพุ
 
คุณพี่สาวคนสวยที่นั่งที่ฟรอนท์ ก็ยิ้มงามๆ เอียงคอนิดนึงพอน่ารัก ก่อนจะตอบมาด้วยเสียงอันไพเราะว่า
"อ่อ ไม่ได้แล้วค่ะ เต็มค่ะ"
 
....
...
 
...อีเห็ดสด... อันนี้สบถในใจ ใครมันจะกล้าพูดออกมาเป็นคำพูดเล่า...
 
...
...
อึ้งไปประมาณสามสิบวิ ตัดไปภาพสโลโมชั่น น้ำตาค่อยๆคลอเบ้า ก่อนจะแห้งกลับเข้าไป...
 
ถามว่าแถวนี้มีโรงแรมอื่นอีกหรือเปล่า เขาก็ชี้ไป ให้เดินไปทางซอยนั้นซอยนี้
 
เราก็เดินๆไป เอ๊ะ ไม่เจอ ไม่เจอ... ไกลเหลือเกิน... ลมก็เย็น... เออ กางเกงกูขาดอยู่นี่...
 
เดินๆไปซักพัก มาถึงคิวรถตู้ เจอป้าย "เช่าห้องพัก" เป็นตึกห้องแถวเล็กๆ... ที่รับจัดคิวรถตู้ด้วย
 
ปรากฏว่า ตึกนั้น ก็ห้องเต็มเหมือนกัน ดวงกุดจริงไอ้เพนเอ้ย... = _ = แต่ที่ตึกนั้นแหละ ก็เจอพี่คนนึงช่วยไว้
 
===========================
 
พี่ที่เจอที่คิวรถตู้ ก็พาออกตามหาที่พักให้แถวนั้น ด้วยความใจดีอย่างยิ่งล่ะครับ เดินนำไปเลย
 
ในระหว่างที่สงสัยอยู่ว่า ทำไมใจดีจัง ก็เห็นว่า เสื้อสีดำที่ใส่อยู่ สกรีนภาพด้านหลังเป็นลายเส้นรูปทรานซ์ฟอร์มเมอร์...
 
เสื้อ Hardware Club , CoE PSU ครับ... เจอพี่น้องที่เรียนคณะเดียวกันช่วยไว้... ผมไม่รู้นะว่า เขาจำผมได้หรือเปล่าหรือยังไง แต่ผมซาบซึ้งน้ำใจเขามากเลย
 
แต่เขาถามที่ไหนๆ ก็เต็มหมด สุดท้าย เขาก็บอกทางว่า ให้เดินไปตามซอยนี้ มีที่พักเยอะอยู่ ลองหาดู ผมก็ขอบคุณไป...
 
ถามๆไปซักพักก็เจอจนได้ เป็นแบบ... ดูจากข้างหน้าก็สงสัยมากเลยว่า จะให้ไปพักที่ไหน เพราะเป็นห้องเล็กๆ สองชั้น แถมจอดรถไว้ปิดก็เต็มชั้นแรกแล้ว...
 
...
 
ปรากฏว่า ทะลุไปอาคารสี่ชั้นที่อยู่อีกซอยนึง แบบว่า หลังบ้านนี้กับหลังบ้านโน้นต่อกันอยู่ แล้วเราก็ได้ที่นอน... ซักที
 
ไ้ด้ห้องแอร์ด้วย ดวงดีมาก
 
เป็นห้องที่สบายเลยล่ะ มีเตียง มีห้องน้ำ มีแอร์ มีทีวี มีน้ำโพลาลิตรให้สองขวด ถึงจะแคบบ้าง แต่ก็โอเคแล้วล่ะ
 
เรียกได้ว่า คืนนี้สบายแล้วแหละ...
 
================
 
เอาล่ะ... กางเกงตูยังขาดอยู่นี่นะ ทำไงดี พรุ่งนี้ (วันนี้) ต้องเอาเอกสารไปส่งตอนเช้า แล้วก็นั่งรถกลับภูเก็ตด้วย
 
ก็เลยเดินถามหาร้านสะดวกซื้อจากพี่ที่โรงแรม(?) แล้วก็เดินไปซื้อกางเกงมาเปลี่ยน
 
นอนหลับตาอย่างสบาย...

================

ฝันเป็นลางดีมากๆๆๆๆ แต่คงเล่าในที่สาธารณะไม่ได้

ตื่นประมาณหกโมงครึ่ง พลิกไปพลิกมาซักพัก ก็แต่งตัว เอาเอกสารไปส่ง

ไปถึงภาควิชา(ที่มอ.หาดใหญ่) ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง
 
ออฟฟิศเขาเปิดเก้าโมง ก็เดินแกร่วๆ ไปมา ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อย จนออฟฟิศเขาเปิด
 
=============================================
 
เขาก็ถาม เฮ้ย มาทำอะไร มีเรียนที่หาดใหญ่เหรอ
 
เปล่าครับ เรียนที่ภูเก็ต เดี๋ยวจะโบกรถกลับภูเก็ตล่ะ
 
ถ่อมาถึงหาดใหญ่ เพื่อเอาไอ้นี่มาส่ง ไม่ฝากกับภาควิชาที่ภูเก็ตส่งมาล่ะ
 
...ภาควิชาน่ะแหละครับฝากผมมา = _ = ''
 
==============================================
 
เดินไปหน้ามอ.หาดใหญ่ เจอร้านเน็ต อ่ะ... ก็ฝอยลงเฟซบุ๊คหน่อย
 
นั่งไปซักพัก... อยากเข้าห้องน้ำแบบด่วนและรุนแรงมากๆ ก็เลยขอใช้ห้องน้ำของร้านเน็ต...

"ห้องน้ำพังค่ะ"
 
 
...เท่านั่นแหละ จ่ายเงิน วิ่งออกมาจากร้านเน็ต คิดในใจ ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี...
 
มองไป เจอร้านข้าว...
 
"พี่ครับ ขอใช้ห้องน้ำหน่อย เดี๋ยวผมซื้อข้าวจานนึง" ...เออ ฉลาดนะ พอขี้ขึ้นสมองละหัวไวเชียว ปกติคิดไม่ได้
"อ่อ เชิญเลยค่ะ ทางนี้ค่ะ"
 
=====================
 
ออกจากห้องน้ำมาด้วยความโล่งและความขอบคุณ จะซื้อข้าวกินตามสัญญา...

มองไปเห็น... ร้านนี้ขายติ่มซำ และบั๊กกุ๊ดเต๋................... พลาดละไอ้เพน เจอร้านขายของแพงเข้าแล้ว
 
ก็เลยสั่งมากินพอประมาณ ขอบคุณเขางามๆ แล้วก็ออกมา... อย่างน้อยก็อร่อยล่ะนะ อร่อยกว่าติ่มซำที่ภูเก็ตอีก
 
...ราคาก็เท่าๆกับติ่มซำที่กินที่ภูเก็ตน่ะแหละ... บรื๋อ...
 
========================
 
 
หลังจากนั้นก็ไปบขส. ขึ้นรถตู้ กลับภูเก็ตอย่างสวัสดิภาพ
 
================
 
 
มาถึงภูเก็ตแล้วก็มีความรู้สึกว่า... แบบว่า... คือ...
 
...
 
...
 
...คราวหลังส่ง EMS เหอะ

GCT ยังอยู่เว้ย!

posted on 03 Apr 2011 03:28 by penta-x
บางท่านเห็นเว็บ gamecrafterteam.com โดนยุบไปแล้ว ก็คิดไปซะว่า ทีมนี้เลิกทำเกมซะแล้ว...
 
จริงๆ ยังทำเกมอยู่นะครับ
 
ช่องทางในการติดต่อ ตอนนี้ใช้ทาง facebook ในชื่อกลุ่ม HYPERSONIC 3 ครับ

edit @ 1 Apr 2011 19:33:00 by PentaX

(คีย์เวริดให้ติดกูเกิ้ล ไม่มีผลทางการเมือง เชื่อผมเหอะ ผมยังรักชีวิตอยู่นะ ถ้าซ่อนได้ผมซ่อนแหล่ว) เกมไทย game เกม แจก ดาวน์โหลด gamecrafter game developer thai 3d cg PentaX ปวีร์ ภคเมฆานนท์ indy อิสระ คนทำเกมไทย นักพัฒนาซอฟท์แวร์เกม PSU มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โครงงาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมเพื่อความบันเทิง เกมเครื่องบิน flight air combat ace plane fighter เครื่องบินขับไล่ thai game developer การสร้างเกม